แอดมินเอาข้อมูลเรื่องเครื่องอ่านบาร์โค้ดมาฝากลูกค้าที่อุดหนุนเครื่องสแกนบาร์โค้ดกันครับ

เครื่องอ่านมีอยู่ 3 แบบหลักๆนะครับ
1 แบบ ccd – แบบนี้ อ่านได้ระยะใกล้ๆครับ เท่าที่เคยเห็น ราคาประมาณ 2500-7000 บาท
ระยะที่อ่านได้ทั่วๆไป อย่างเก่งไม่เกิน 8 นิ้วครับ (ปกติ จะต้องจี้ที่ระยะ 2-5 ซม.

2 แบบ laser- แบบนี้แพงหน่อย ราคาก็ 6พัน ถึงหลักหมื่น
ระยะที่ยิงห่างได้ ก็อาจได้ถึง 1.5 เมตร
3 แบบ imager- แบบนี้เท่าที่ทราบมา คุณสมบัติจะก้ำกึ่งระหว่างสองแบบแรก โดยระยะการยิงห่างจะประมาณ 8 นิ้วถึง 1 ฟุตได้ ราคาประมาณ 6-9 พัน คือถูกกว่าเลเซอร์ ต้องยิงใกล้กว่าเลเซอร์ แต่ได้ห่างกว่าแบบซีซีดี
แต่ข้อดีที่ imager ดีกว่า laser คือ แบบ laser นั้น จะมีชิ้นส่วนที่เป็น mechanics อยู่ ซึ่งเวลาตกกระแทก อาจมีปัญหาได้ง่าย

ส่วนหากมองในแง่การใช้งาน ก็จะมี 3 แบบหลักๆ ซึ่งส่วนใหญ่ที่เราคุ้นกันคือแบบแรก
1 มือถือ คือ แบบที่ใช้มือจับยกมายิงที่โค้ดน่ะครับ มีสายต่อยาวประมาณ 2 เมตร แบบนี้มีทั้ง ccd, imager, laser

อีกสองแบบที่จะบอกต่อไป มักเป็นแบบ laser คือ
2 ตั้งโต๊ะ แบบนี้คุณน่าจะเคยเห็นในร้าน7-11 นะครับ จริงๆแบบนี้ ก็ยกขึ้นมายิงได้ครับ ราคาก็หมื่นปลายๆ ถึงสองหมื่นกลางๆครับ
3 แบบไร้สาย อันนี้สำหรับโกดังใหญ่ๆที่เค้าใช้เช็คสต๊อกสินค้ากันครับ ราคาก็สองหมื่นปลายๆ

รุ่นที่แนะนำ หากงบไม่ใช่ปัญหา คือเลเซอร์ ในแบบมือถือ หรือตั้งโต๊ะก็ได้ครับ…
อ้อ สำหรับแบบตั้งโต๊ะนั้น ให้ดูด้วยว่า เป็นแบบกี่เส้น
คือ ถ้าเป็นพวกมือถือนั้น จะมีเส้นแสงยิงมาเส้นเดียว คุณต้องหันบาร์โค้ดให้ขวางแนวเส้นครับ แต่แบบตั้งโต๊ะ เช่นแบบ 20 เส้นซึ่งราคาเริ่มที่หมื่นปลายๆนั้น คุณสามารถวางโค้ดในแนวใดก็ได้ ซึ่งจะสะดวก กับสินค้าที่มีขนาดใหญ่

ส่วนเครื่องยิงแบบในห้างใหญ่ ที่ลากโค้ดผ่านนั้น ก็เป็นแบบหลายเส้นครับ แต่เป็นลักษณะฝังโต๊ะเท่านั้นเอง ซึ่งราคาค่อนข้างสูงครับ

สิ่ง ที่คุณควรดูต่อไปคือ สายของ barcode scanner ยาวพอไหม เพราะปกติเราต้องไปต่อแยกที่ขั้วต่อของคีย์บอร์ดครับ เลยอาจต้องลากสายยาวหน่อย

ดูสเปคของเครื่องด้วยว่า อ่านโค้ดได้กี่แบบ
แบบหลักๆที่ควรต้องอ่านได้คือ EAN-13, Code39, Code128 นี่เป็นแบบหลักๆที่ใช้กันแพร่หลาย

ส่วนโค้ดสินค้าที่นิยมใช้มากสุดเท่าที่ผมสังเกตเห็นคือแบบ EAN-13 โดยหากคุณสังเกต จะเห็นมันมีเลขโค้ด 13 ตัว
3 ตัวแรกที่เห็นบ่อยคือ 885 นั่นคือรหัสสินค้าประเทศไทยครับ
4 ตัวต่อมา คือรหัสผู้ผลิต
5 ตัวต่อมา คือรหัสสินค้า
1 ตัวสุดท้ายเป็น ตัวเลขคำนวณจากการเข้ารหัส

อย่างที่บอกไปแล้วว่า สินค้าส่วนมาก จะพิมพ์รหัสไว้แล้ว
แต่หากไม่มีรหัสสินค้า คุณสามารถตั้งเองได้ครับ
เครื่องพิมพ์ ก็ใช้กระดาษสติกเกอร์ label ทั่วไปได้ครับ ใช้ laser printer พิมพ์เอาก็ได้
แต่ หากจะพิมพ์จำนวนเยอะ ใช้เครื่อง barcode printer ก็ได้ครับ ราคาประมาณ 1-3 หมื่น (ขึ้นอยู่กับขนาดและความเร็วในการพิมพ์ หากตัวใหญ่ๆระดับงานอุตสาหกรรม เครื่องเป็นแสนก็มีครับ)